ReadyPlanet.com
dot dot
การรักษาด้วยแพทย์จีน ต่างจากแพทย์แผนปัจจุบันอย่างไร

แพทย์จีน VS แพทย์แผนปัจจุบัน 

เขียนโดยหมอเชน หยินและหยาง


ครั้งแรกที่เริ่มเขียนบล็อกก็เพื่อจะให้คนอ่านมีความรู้ความเข้าใจในแพทย์แผนจีนอย่างถูกต้อง เพราะในสังคมไทยยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนอยู่มาก เช่น หมอจีนแค่จับชีพจรก็รู้ทุกอย่างโดยคนไข้ไม่ต้องพูดอะไร และด้วยความคิดแบบนี้คนไข้จำนวนมากก็พกพาความอยากลองภูมิหมอมาอย่างเต็มพิกัด มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลงยื่นมือให้และปิดปากเงียบสนิท เอ่อ  พวกผมไม่ใช่เทพนะครับ (แม้ว่าผมจะเป็นเด็กเทพศิรินทร์ก็ตามที) ชีพจรมันพอบอกอะไรได้บ้างแต่มันไม่ได้ตะโกนบอกผมหรอกครับว่าคุณป่วยเป็นอะไร เพราะฉะนั้นเวลาไปหาหมอจีนเนี่ยอย่าเอาสุขภาพของคุณมาผูกกับความอยากลองดี ควรร่วมมือกับหมอแต่โดยดีเพื่อสุขภาพของตัวคุณเองครับ

หลักการที่โดดเด่นที่สุดของแพทย์จีนและก็เป็นหลักการที่ทำให้เกิดความแตกต่างกับแพทย์แผนปัจจุบันมีอยู่สองข้อใหญ่ๆครับ

 

1. คือการมองแบบองค์รวม (整体观念) การมองแบบองค์รวมนี้ใช้ได้ตั้งแต่เรื่องเล็กตั้งแต่การทำงานร่วมกัน ของอวัยวะในการรักษา แพทย์จีนจะไม่มองเป็นแต่ละอวัยวะ ถ้าเป็นแพทย์แผนปัจจุบันเวลารักษาจะมุ่งเน้นไปที่อวัยวะที่เกิดโรคนั้นๆ เพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเรื่องการไอ แพทย์แผนปัจจุบันจะมองว่าโรคเกิดที่ปอดและจะมุ่งรักษาปอดเพียงอย่างเดียว ขณะที่แพทย์จีนจะไม่มองว่ามีเพียงแค่ปอดที่ทำให้เกิดการไอเพราะคัมภีร์จีน โบราณบอกไว้ชัดเจนตั้งแต่สองพันปีก่อนว่า ทุกอวัยวะเช่น ตับ ไต กระเพาะ เป็นต้นล้วนทำให้เกิดอาการไอ (แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่าอวัยวะของแพทย์ทั้งสองแผนก็ไม่ได้หมายถึงอวัยวะใน ลักษณะเดียวกันนะครับ เพราะอวัยวะทางแพทย์แผนปัจจุบันคือ อวัยวะทางสรีระวิทยา เป็นรูปเป็นร่าง เป็นของจับต้องได้ ขณะที่บางอวัยวะของแพทย์จีนหมายถึงการทำงาน เช่น ม้ามไม่ได้หมายถึงอวัยวะม้าม แต่หมายถึงอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบการย่อยอาหารทั้งหมด)

 

ถ้ามองแบบ องค์รวมในเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกก็เช่นมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและอาศัย อยู่ในสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น ความเครียด ความรวย ความจน เพื่อนไม่ดี หรือฝนตก ร้อนไป หนาวไป ปัจจัยภายนอกต่างๆล้วนส่งผลกระทบต่อมนุษย์เราทั้งสิ้น ดังนั้นเวลาแพทย์จีนจะตรวจรักษาจะคิดถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เวลารักษากับแพทย์จีนแล้วต้องคุยกันเยอะ คุยกันยาว บางทีคุยจนคนไข้อารมณ์ดีโรคหายโดยไม่ต้องรักษาก็มี เพราะโรคมันอยู่ที่ใจ ทุกวันนี้ องค์กรอนามัยโลก WHO นิยามคำว่า"สุขภาพดี" คือต้องดีทั้งกาย ใจ และสังคม เรื่องนี้แพทย์แผนจีนพูดไว้นานแล้วแต่แพทย์แผนปัจจุบันพึ่งมานิยามทีหลัง เมื่อไม่นานนี้เอง

 

2. คือการวินิจฉัยโรคที่เฉพาะเจาะจง (辨证论治) โรคทางแพทย์จีนนั้นสามารถแบ่งหมวดหมู่ย่อยลงไปได้มากกว่าแพทย์แผนปัจจุบัน อีก ยกตัวอย่างเรื่องการไออีกที แพทย์จีนอย่างที่บอกจากข้อแรกว่า ไอไม่ได้เกี่ยวกับปอดเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้น "ไอ" หนึ่งอาการสามารถแบ่งย่อยสาเหตุลงไปได้อีกมาก เช่น เป็นการไอจากตับ (เวลาอารมณ์เปลี่ยนแปลงแล้วไอ) เป็นการไอจากไต (ไอแล้วรู้สึกเหมือนหายใจไม่สุด อากาศลงไปไม่ถึงท้องน้อย) เป็นการไอจากกระเพาะ (กินของเย็นแล้วไอหนักกว่าเดิม หรือไอแล้วอยากจะอาเจียนไปด้วย) เมื่อแบ่งย่อยขนาดนี้จะเห็นได้ว่าสาเหตุของโรคมันมีมากมาย เวลารักษาก็จำเป็นต้องรักษาไปตามสาเหตุหลักของโรคซึ่งบางทียาที่ใช้นั้นอาจ จะไม่ใส่ยารักษาอาการไอลงไปเลยก็ได้ อาจจะแค่ทำให้ถ่ายท้องสะดวกไม่ท้องผูกแล้วอาการไอดีขึ้นเองก็มี เคสนี้เรียกว่าไอแบบลำไส้ใหญ่ (ตามหลักแพทย์จีน ปอดกับลำไส้ใหญ่มีส่วนเกี่ยวพันกันอย่างแนบแน่น เพราะเส้นลมปราณเชื่อมต่อกันอยู่ สังเกตได้ว่าบางคนเป็นหอบเพราะท้องผูก ถ้าถ่ายท้องแล้วอาการกลับดีขึ้นได้)

 

แต่แพทย์แผน ปัจจุบันนั้นอาการไอก็คืออาการไอไม่มีการแบ่งย่อยลงไปอีก เวลาให้ยาจึงให้ยาแก้ไออย่างเดียว ซึ่งฤทธ์ยาจะกว้างและครอบคลุมมาก แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่สามารถเจาะลงไปถึงสาเหตุของโรคได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่ารักษาไปตามอาการซึ่งในบางโรคก็ต้องกินยาไปตลอดชีวิตเพราะสาเหตุ ของโรคไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

 

ข้อสองนี้ ไม่ได้พยายามจะพูดว่าแพทย์แผนปัจจุบันไม่พยายามรักษาโรคที่ต้นเหตุนะครับ แต่ว่าต้นเหตุของเขาต้องเป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ชนิดจับต้องได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแพทย์แผนปัจจุบันจึงยังหาสาเหตุของโรคมากมาย ไม่พบ ขณะที่แพทย์จีนเข้าใจสาเหตุของโรคได้เกือบทุกโรค เขาเห็นว่าไอเป็นการระคายเคืองในปอด อาจเกิดจากการติดเชื้อ เขาคิดว่านี่คือสาเหตุของโรค เลยรักษาเรื่องการระคายเคืองของปอด ให้ยาฆ่าเชื้อเป็นต้น ขณะที่แพทย์จีนมองลึกลงไปอีก แม้ว่าสาเหตุของโรคในทางแพทย์จีนจะไม่สามารถจับต้องได้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีหลักการนะทุกอย่างมีหลักการอ้างอิงได้ และผลการรักษาก็พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าหลักการนี้ถูกต้องสมมติว่า ถ้ามองเรื่องปอดติดเชื้อแล้วไอ แพทย์จีนจะคิดลึกลงไปอีกว่า แล้วทำไมถึงติดเชื้อได้ละ คนอื่นไม่เห็นเป็นเลย พอมาดูก็อาจจะเห็นว่า อ้อเพราะคนไข้ไม่แข็งแรงนะ (ตรงจุดนี้แพทย์แผนปัจจุบันก็คงรู้สาเหตุเหมือนกันครับอาจจะบอกว่าภูมิคุ้ม กันต่ำเป็นต้น) ก็ต้องบำรุงร่างกาย ปรับสมดุล ตรงนี้ใช้ยาจีนรักษาจะเห็นผลชัดครับ ขณะที่หมอแผนปัจจุบันอาจจะบอกได้แบบกำกวมว่าพักผ่อนเยอะๆ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายบ้างซึ่งก็มีส่วนช่วย แต่ถ้าเสริมยาจีนร่วมด้วยจะยิ่งเห็นผลเร็ว

 

สองข้อนี้คิดว่าน่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นนะว่าสองแพทย์ต่างกันตรงไหน ถ้าไม่เข้าใจก็ลองถามอีกทีละกันครับ


ขอ​ให้​พระองค์​เสด็จสู่สวรรค์คาลัย​ ​พระองค์ยังตรึง​อยู่​ใน​ใจของชาวไทยตลอดไป

ปล. ถ้าใครเรียนแพทย์แผนจีนอยู่ จำสองข้อนี้ไว้เลยครับ ออกข้อสอบชัวร์

 




รวมบทความที่มีประโยชน์สำหรับคนอยากมีลูก

หมอแมะ สมุนไพรจีน กับการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง มีบุตรยาก
ทฤษฎีอาหารหารฤทธิ์ร้อน-อาหารฤทธิ์เย็น เป็นของหมอเขียว ใจเพชร กล้าจน
มีรังไข่ข้างเดียว นับวันไข่ตกอย่างไร
รวมรายชื่อหมอแมะที่รักษาเรื่องมีบุตรยากและประจำเดือนไม่ปรกติ
8 คำถามสุดฮิตของผู้มีบุตรยาก อยากมีลูกควรอ่าน article
อยากมีลูกพลาดเทคนิคนี้ไม่ได้
เมื่อ คุณกลายเป็นผู้หญิง มีลูกยาก
สอนผู้หญิงเป็นหมอของตัวเอง เช็ควันไข่ตกจากน้ำลาย
เรื่องของหยินหยางกับการพยายามตั้งครรภ์
รู้ได้ อย่างไร ว่า ท้อง หรือไม่ article
อยากมีลูกแต่ไม่อยากไปหาหมอ
กรดโฟลิค (Folic Acid)มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้หญิง
เตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์ อย่างไรดี
สาเหตุที่ทำให้เบื่อมีเพศสัมพันธ์
นับวันไข่ตก นับอย่างไรกันแน่
ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลังSpina Bifida article
รังไข่ทำงานผิดปกติ แบบกลุ่มอาการ PCOS article
หมอจีนรู้อะไรจากประจำเดือน ภาคแรก
หมอจีนรู้อะไรจากประจำเดือน 2 (ภาคตอบคำถาม)
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
การสร้างไข่ในผู้หญิงแลเชื้ออสุจิในผู้ชายกับนาฬิกาชีวิต
กินถั่วเหลืองมากไป ผู้ชายอาจมีปัญหามีบุตรยาก
น้ำมันปลาช่วยเรื่องภาวะการมีบุตรยากอย่างไร
การตรวจเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก article
กิ๊ฟท์และเด็กหลอดแก้วต่างกันอย่างไร สำหรับ ผู้มีบุตรยาก article
การรักษาภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ article
มีลูกยากทำไงดี...ตามแบบแพทย์แผนจีน
โปรแกรมช่วยคำนวณวันตกไข่
ทำไมจึงต้องใช้ทดสอบLH(Luteinizing Hormone)
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี
การชักนำให้ไข่ตกในหญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก
ไขข้อสงสัยการมีลูก (ยาก) สู่ทางเลือก 'การมีลูก'
นอนกลางวันดีอย่างไร? article
ความรู้เรื่องนมผึ้งซึ่งมีผลต่อฮอร์โมนเพศ
Blighted Ovum ท้องลม…. article
ท้องนอกมดลูกคืออะไร
“มีลูกยาก” เรื่องยากที่แก้ไขได้
"โรคความดันต่ำ" ในมุมมองแพทย์จีน
ปรัชญาดอกไม้ริมทาง - นอน นอนเถิดนอน อยากให้เธอเข้านอน
เซ็กส์ กับการมีลูก สำหรับคนอยากมีลูก มีบุตรยาก article
มารู้จักฮอร์โมนเพศหญิงกันเถอะ



dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
dot
โปรโมชั่นประจำเดือน www.try2havebaby.com
ชาเพื่อคนมีบุตรยาก
วิตามินและอาหารเสริม
ตัวช่วยเพือผู้มีบุตรยาก
ชุดทดสอบปัสสาวะและอสุจิ
เทอร์โมมิเตอร์วัดช่วงเวลาไข่ตก
วิตามินและชาสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
กางเกงหัดเลิกแพมเพิ,กางเกงซับฉี่,
กางเกงผ้าอ้อมว่ายน้ำ,ครีมทาก้นเด็กทารกแรกเกิด,กางเกงผ้าอ้อมซักได้
ผ้ารองปูที่นอน,แผ่นรองปูที่นอน,แผ่นรองซับฉี่
ชวนผู้มีบุตรยาก ทำบุญให้เด็กยากไร้
Clearance Sale
ผ้าอ้อมสำเร็จรูป,ผ้าอ้อมสำเร็จรูปราคาถูก,แพมเพิส,แพมเพิสราคาถูก,ราคาถูก,ผ้าอ้อมสำเร็จรูป pantip,ผ้าอ้อมสำเร็จรูปpantip
dot

dot
dot
ลิงค์เพื่อนบ้าน
dot


เช็คได้หลังจากร้านส่งสินค้า1วัน
ปรึกษาเรื่องครอบครัว, แม่และเด็ก
LazadaGroup
Pantip.com,Learn&Share&Fun
แบนเนอร์ตัวอย่าง


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

www.try2havebaby.com
เบอร์โทร :  085-913-9524    
อีเมล : try2havebaby@gmail.com
line id : try2havebaby.com